คำพูด ของ พ่อแม่ ที่ส่งผลกระทบต่อการ พัฒนาการ ของ ลูก!!

เราทุกคนล้วนต้องเคยเป็นเด็ก ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีบางครั้งที่ พ่อแม่ ของเราอาจจะเผลอใช้คำพูดบางอย่างที่รุนแรงกับเราโดยไม่ได้ตั้งใจ คำพูดเป็นสิ่งที่ทรงพลังและแหลมคม คำพูดที่เผลอหลุดออกจากปากของพ่อแม่อาจจะติดอยู่ในความคิดของลูก และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการเมื่อโตไปเป็นผู้ใหญ่ของเขา ทุกครอบครัวจึงควรที่จะต้องจำใส่ใจไว้เลยว่า คำคำเดียวนั้นอาจส่งผลต่อตัวของลูกในระยะยาว และกระทบกับวิธีที่เขาคิดและวิธีการใช้ชีวิตเมื่อเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่

“ก็บอกแล้ว…”

ส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะใช้ประโยคนี้เวลาที่บอกห้ามไม่ให้ลูกทำอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะทำและก็ทำพลาดในท้ายที่สุด ลองนึกภาพเวลาที่หัวหน้าของเราใช้คำพูดแบบนี้กับเราดูซิคะคุณพ่อคุณแม่! ไม่ชอบ หงุดหงิด!? บอกเลยว่าลูกเองก็จะต้องรู้สึกแย่เช่นเดียวกับคุณ เพราะส่วนใหญ่คนที่พูดประโยคนี้มักจะแอบมีโทนเสียงที่แสดงว่าคนที่พูดต้องการที่จะแสดงความเหนือกว่ากับอีกฝ่าย ภาษากายและสีหน้าจะเป็นสิ่งที่แสดงทุกอย่างให้ลูกเห็น นั่นก็คือคุณกำลังประชดประชันหรือแสดงตัวว่าเหนือกว่าเขา

“อย่าร้อง”

การพูดแบบนี้ก็เหมือนกับเป็นการบอกให้ลูกของคุณให้เก็บอารมณ์ทุกอย่างไว้ในใจ คุณพ่อคุณแม่อยากจะให้ลูกเป็นคนที่ชินชาหรือเก็บกดหรือเปล่าคะ? แน่นอนว่าไม่ ดังนั้น ให้เขาได้อธิบายออกมาว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร และปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บไว้ จากนั้นคุณถึงค่อยถามเขาว่าเขาดีขึ้นหรือยัง – อย่าให้ลูกคิดว่าการร้องไห้เป็นข้อห้ามหรือเรื่องร้ายแรงเด็ดขาด

“หมดความอดทนแล้ว”

การเผลอพูดคำนี้เวลาที่คุณทะเลาะกับลูกอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะมันเหมือนกับการบอกลูกว่าคุณเลิกที่จะรักเขาแล้ว และต้องการที่จะตัดความสัมพันธ์กับเขา

“ลูกยังเด็กเกินไปที่จะรู้”

เด็กๆมักจะมีความสงสัยอยู่ในหัว ถ้าคุณเผลอพูดประโยคนี้เวลาที่ลูกถาม นั่นอาจทำให้ลูกรู้สึกว่าเขายังไม่โตและยังไม่สมควรที่จะรู้เรื่องนั้นๆ นั่นอาจทำให้ลูกพยายามทำตัวโตกว่าวัย เพื่อพยายามให้คุณยอมรับในตัวเขา แน่นอนว่าอาจมีบางคำถามที่อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับวัยของลูก พยายามใช้วิธีเบี่ยงออกจากประเด็นแทนโดยการอธิบายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงอื่นจะดีกว่า

“ลูกโอเคนะ”

สมมติว่าลูกหกล้ม คุณจะทำอย่างไร? บอกให้เขาหยุดร้องไห้แล้วถามว่า ลูกโอเคไหม อย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าลุกต้องไม่โอเคอยู่แล้ว แทนที่จะพูดอย่างนั้น พยายามปลอบลูก ถึงแม้นั่นจะเป็นแค่แผลเล็กๆก็ตาม

“อย่าคุยกับคนแปลกหน้า”

แน่นอนว่าเวลาที่โตขึ้น ลูกจะต้องเจอกับคนแปลกหน้ามากมายในสังคม และต้องทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ แทนที่จะพูดประโยคนี้ พยายามอธิบายสถานการณ์ที่ทั้งดีและร้ายให้ลูกได้เข้าใจ ว่าเวลาที่มีคนที่ไม่รู้จักหรือคนแปลกหน้ามอบสิ่งของหรือพูดคุยด้วย เขาควรจะต้องทำอย่างไร แทนที่จะบอกห้ามแบบเหมารวม

อย่างที่เราได้บอกไปว่าคำพูดนั้นเป็นสิ่งที่ทรงพลังและแหลมคม ดังนั้น การเลือกคำพูดที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องจำเป็น ด้านล่าง เรามีลิสท์ประโยคที่จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกกดดันหรือเพิ่มความเครียดให้กับเขา

“ลูกจะยกโทษให้แม่ไหม?”

“ลูกทำแบบนั้นได้ยังไงนะ? ไหนทำให้พ่อดูหน่อยซิ?”

“คุยกับคนแปลกหน้าได้ แต่จำที่แม่บอกลูกได้นะ?”

“แม่เชื่อในตัวหนูเสมอ”

“พ่อรักหนูนะ”

***

ทุกสิ่งที่เลือกสรรสำหรับเจ้าตัวน้อย: Motherhood.co.th

หลากหลายเรื่องราวและเคล็ดลับในการเลี้ยงลูก: Story.Motherhood

 

 

Also Read:  วิธีเลี้ยงลูกสาวสำหรับคุณพ่อ Single Dad: วิธีสร้าง ความสัมพันธ์ กับ ลูกสาว !!
Written By
More from vatcharaphongd

4 คำถามที่คุณควรถาม ลูก ทุกวัน

อ้างอิงจากงานวิจัยเมื่อเร็วๆนี้ ผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาราว 12.5 นาทีเพื่อคุยกับ ลูก ๆในแต่ละวัน ราว 8.5 นาทีจะเกี่ยวกับการกล่าวโทษหรือข้อห้ามต่างๆ มีเพียงแค่ 4...
Read More